You are currently viewing เฉลียงไอเดีย : เปิดกลยุทธ์ฝ่าวิกฤตคลื่นโควิด  กับ‘อรรถนพ พันธุกำเหนิด’  ใส่ใจรายละเอียด-รักษาทีมเวิร์กรอลุยต่อ

เฉลียงไอเดีย : เปิดกลยุทธ์ฝ่าวิกฤตคลื่นโควิด กับ‘อรรถนพ พันธุกำเหนิด’ ใส่ใจรายละเอียด-รักษาทีมเวิร์กรอลุยต่อ

เปิดกลยุทธ์ฝ่าวิกฤตคลื่นโควิด

กับ‘อรรถนพ พันธุกำเหนิด’

ใส่ใจรายละเอียด-รักษาทีมเวิร์กรอลุยต่อ

นับเป็นคนหนุ่มไฟแรงอีกคนหนึ่งในวงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเลยทีเดียว สำหรับ อรรถนพ พันธุกำเหนิด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิซซา กรุ๊ป จำกัด หนุ่มนครศรีธรรมราช ที่ไต่เต้าจากการเป็นลูกน้อง จนขยับขึ้นเถ้าแก่ มีกิจการของตัวเอง

“อรรถนพ” สำเร็จการศึกษา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เริ่มงานแรกด้วยตำแหน่งวิศกรโยธาในบริษัทแห่งหนึ่ง ได้สะสมประสบการณ์ด้านก่อสร้างจนมั่นใจแล้วจึงตั้งสินใจลาออกมาก่อตั้งบริษัทรับเหมาของตัวเอง ในชื่อ “อรรถนพ เอ็นจิเนียริ่ง” เมื่อปี 2548 ดำเนินธุรกิจรับเหมาและรับปรึกษาการพัฒนาโครงการต่างๆ ก็เริ่มเห็นช่องทางการพัฒนาอสังหาฯเพื่อขายให้นักลงทุนต่างชาติในเมืองท่องเที่ยว เนื่องจากในช่วงนั้นกระแสการซื้อบ้านหลังที่ 2 ในเมืองท่องเที่ยวเพื่อการพักผ่อนมาแรง โดยเฉพาะในจังหวัดภูเก็ต

“อรรถนพ” จึงชวนเพื่อนมาลงขันทำธุรกิจด้วยกัน ประเดิมด้วยการซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาบ้านขายให้กับชาวต่างชาติ โดยนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษถือเป็นลูกค้าคนแรกประเดิมซื้อบ้านหลังแรกของบริษัท สนนราคาราว 16 ล้านบาท บริษัทประเดิมกำไร 50%!

“ตอนเริ่มจับธุรกิจ อายุประมาณ 25 ปี โดยนำเงินออมมาซื้อที่ดินเพื่อทำบ้านขายในรูปแบบพูลวิลล่า เมื่อขายได้ก็จะนำมาสร้างบ้านหลังใหม่ต่อ โดยจะค่อยๆ ขยายจำนวนยูนิตให้มากขึ้น เช่น จาก 1 เป็น 2 จาก 2 ก็ขยายเป็น 4”

“อรรถนพ” บอกว่า ทำธุรกิจรูปแบบนี้อยู่ประมาณ 5 ปี ก็มาสะดุดปัญหาวิกฤตค่าเงินรัสเซีย ชาวต่างชาติมาเที่ยวภูเก็ตลดลง การซื้อบ้านหลังที่ 2 ก็ลดลงตามไปด้วย เนื่องจากลูกค้าหลักเป็นชาวยุโรปและรัสเซีย ทำให้คิดได้ว่าการขายรูปแบบนี้ไม่ยั่งยืนเพราะลูกค้าซื้อครั้งเดียว จบ เพราะมองว่ามีภาระด้านการดูแลและบำรุงรักษา ขณะที่เจ้าของบ้านอยู่ไกล บ้านจึงโทรม ไม่คุ้มค่าในการลงทุน ส่งผลให้การขายบ้านทำได้ยากขึ้น

“อรรถนพ” จึงต้องหาวิธีการขายใหม่ ด้วยการนำเสนอโปรดักส์ใหม่ให้เหมาะสมกับลูกค้ามากยิ่งขึ้น จึงไปศึกษาค้นคว้าหาข้อมูลของนักท่องเที่ยวต่างชาติ และนักท่องเที่ยวไทย ที่มาเที่ยวภูเก็ตหรือเมืองท่องเที่ยวว่า ในแต่ละปีจะไปเที่ยวกี่ครั้ง และในแต่ละครั้งพักนานแค่ไหน จากนั้นก็หาข้อมูลต่อว่าปัญหาหลักของการซื้อบ้านคืออะไร ก็พบว่าเรื่องหลักคือ ค่าแมนเทอร์แนนซ์ หรือค่าบำรุงรักษา การบริหารจัดการต่างๆ จึงตัดสินใจพัฒนาอสังหาฯเพื่อการลงทุน หรือ Investment Property ในนามบริษัท ซิซซา กรุ๊ป ขึ้นมา ซึ่งขณะนั้นแทบไม่มีคู่แข่งเลย โดยลูกค้าที่เข้ามาซื้อจะได้รับผลตอบแทนเฉลี่ย 6-10% ต่อปี จากรายได้ที่บริษัทจัดหาแขกมาเช่าพัก ขณะที่เจ้าของบ้านยังได้สิทธิเข้าพักในอสังหาฯของตัวเองปีละ 30 วัน หรือ 1 เดือน ไม่มีค่าบำรุงรักษา โดยบริษัทเป็นผู้บริหารจัดการให้

“หลังตกผลึกไอเดีย จึงตัดสินใจพัฒนาโครงการแรกคือ ‘ในหาน บีช รีสอร์ท’ โรงแรมระดับ 5 ดาว จำนวน 353 ห้อง มียอดขายแล้วกว่า 90% โดยเป็นลูกค้าต่างชาติซื้อประมาณ 30% ที่เหลือเป็นลูกค้าคนไทย ซึ่งถือว่าประสบผลสำเร็จ”

และจากความสำเร็จดังกล่าว จึงพัฒนาโครงการใหม่อีก 1 โครงการคือ “นาใต้ เมดิคอล เซ็นเตอร์ แอนด์ รีสอร์ท” ที่หาดนาใต้ จังหวัดพังงา สถานที่ตั้งเป็นส่วนตัวพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เหมาะสำหรับศูนย์สุขภาพพร้อมกับการพักผ่อนในรีสอร์ตหรู ห่างจากสนามบินนานาชาติภูเก็ต 30 นาที และสนามบินนานาชาติภูเก็ตแห่งที่ 2 (พังงา) เพียง 10 นาที

โครงการนี้ดำเนินธุรกิจแบบครบวงจรในรูปแบบมิกซ์ยูส พร้อมกับการเป็นศูนย์การรักษา หรือเมดิคอล เซ็นเตอร์ กล่าวคือมีทั้งรีสอร์ต โรงแรม และศูนย์บริการทางการแพทย์ เพราะต้องการสร้างความหลากหลายให้นักท่องเที่ยวกลุ่มที่เดินทางมารักษา ดังนั้นเมื่อโครงการนี้แล้วเสร็จ นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ก็สามารถซื้อลงทุน หรือหากมารักษาตัวก็สามารถเข้าพักในโครงการได้เลย

“โครงการนี้มีมูลค่าโครงการประมาณ 4,500 ล้านบาท แบ่งการพัฒนาเป็นเฟสๆ เริ่มก่อสร้างโรงแรมก่อน ถัดมาจะก่อสร้างศูนย์กลางการรักษาพยาบาล และตามด้วยรีสอร์ต คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จเต็มพื้นที่ภายในระยะเวลา 4 ปี หรือภายในปี 2567”

สำหรับลูกค้าหลักของโครงการนี้จะเน้นกลุ่มลูกค้าจากตะวันออกกลาง จีน ยุโรป ออสเตรเลีย โดยปัจจุบันบริษัทได้ตั้งตัวแทนหรือเอเยนต์เป็นผู้จัดหาลูกค้าให้ประมาณ 250 ราย และเชื่อว่าโครงการนี้จะได้รับความสนใจจากลูกค้าหลังการเปิดประเทศ เพราะไทยมีระบบการจัดการที่ดีเกี่ยวกับเรื่องการจัดการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) นั่นเอง

สำหรับแผนการลงทุนในอนาคต “อรรถนพ” บอกว่า จะยังมุ่งเน้นการพัฒนาอสังหาฯในรูปแบบนี้ต่อไป และเน้นในจังหวัดท่องเที่ยวหลัก แต่ทั้งนี้จะต้องดูทิศทางเศรษฐกิจก่อน โดยตั้งเป้าหมายจะพัฒนาโครงการให้ได้ปีละ 1 โครงการ โดยทุกโครงการจะเป็นโครงการอสังหาฯเพื่อการลงทุน แต่รูปแบบโครงการอาจจะแตกต่างกันไป เพื่อสร้างความหลากหลายและเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้า ขณะเดียวกันมีแผนจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ด้วย

โดยปัจจุบันบริษัทมีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท และมีแผนเพิ่มทุนเป็น 500-600 ล้านบาท ภายใน 1-2 ปี ตั้งเป้ารายได้ปีละ 2-3 พันล้านบาท ส่วนปีนี้ตั้งเป้ารายได้ไว้ที่ 800-900 ล้านบาท โดยไตรมาสแรกเป็นไปตามเป้าที่วางไว้

“เราเลือกพัฒนาธุรกิจประเภทนี้ เพราะสามารถสร้างรายได้สม่ำเสมอให้นักลงทุน และสร้างความปลอดภัยของทรัพย์สิน อีกทั้งได้ผลตอบแทน ได้ประโยชน์ และได้ไลฟ์สไตล์ด้วย โดยเราจะเน้นการลงทุนในภูเก็ตเป็นหลักเพราะมีศักยภาพมากกว่าที่อื่น จากที่มีนักท่องเที่ยวเข้ามาจำนวนมาก ขณะที่ราคาห้องพักสูงขึ้นต่อเนื่อง เพราะภูเก็ตเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ส่วนจังหวัดที่สนใจรองจากภูเก็ตคือ กระบี่ และพังงา เพราะอยู่ชายฝั่งอันดามันเหมือนกัน และไม่ไกลจากกันนัก”

สำหรับหลักการในการบริหารงาน “อรรถนพ” บอกว่า จะเน้นการทำงานแบบเป็นทีม ใน 2 รูปแบบ คือ 1.ทางการบวกกฎกติกา และ 2.ความสัมพันธ์กับลูกน้อง โดยจะต้องบริหารทั้ง 2 อย่างให้สมดุลกันเพื่อให้งานออกมาดี เพราะถ้าเน้นแต่เรื่องงานอย่างเดียว สุดท้ายเราก็ไม่ได้ใจพนักงาน แต่หากเน้นสัมพันธ์อย่างเดียวบางทีก็อาจจะไม่ได้งาน ดังนั้นต้องบริหารทั้ง 2 อย่างให้สมดุลเพื่อให้งานประสบผลสำเร็จ เพราะทุกอย่างเปลี่ยนแปลงเร็ว ไม่เช่นนั้นจะตกขบวนตามไม่ทันคนอื่น

“สุดท้ายคือความใส่ใจในรายละเอียดของการทำงาน ได้สอนพนักงานในเรื่องนี้ตลอดเวลา เช่น การให้บริการลูกค้า เริ่มตั้งแต่การวางโรดแมปของลูกค้า คือตั้งแต่การขาย บริการ การส่งมอบ และการบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความประทับใจ ให้เกิดการซื้อขายซ้ำๆ ซึ่งจากการดำเนินการดังกล่าวก็พบว่ามีลูกค้ามาใช้บริการซ้ำเกิน 50%”

“อรรถนพ” ทิ้งท้ายว่า แม้สถานการณ์จะยังไม่เป็นใจ แต่เราต้องพลิกแพลงการทำธุรกิจ ต้องประหยัด และหารายได้เข้ามา เพื่อประคองธุรกิจให้ไปได้ ขณะเดียวกันต้องรักษาพนักงานไว้เพื่อเดินไปด้วยกันเมื่อสถานการณ์คืนสู่ปกติ พร้อมเดินหน้าตามแผนงานอนาคตที่วางไว้ คือขยายธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลัก นั่นคือ การตั้งบริษัทให้คำปรึกษาสำหรับผู้ที่อยากจะสร้างบ้าน หรือบริษัท living creator หากไม่มีอะไรผิดพลาดคาดว่าน่าจะเปิดตัวได้ในช่วงไตรมาส 3 ปีนี้ โดยบริษัทนี้จะเน้นให้บริการกับลูกค้าของซิซซาก่อนเป็นลำดับแรก

นับเป็นการทำธุรกิจแบบครบวงจร คือครบจบที่เดียว ที่น่าสนใจ และคงต้องจับตาว่า “หนุ่มคอนศรี คนนี้” จะสร้างความต่างของโปรดักส์ใหม่แต่ละตัวให้น่าสนใจอย่างไร..ต่อไป

เพ็ญทิพย์ อักษรเนียม

The post เฉลียงไอเดีย : เปิดกลยุทธ์ฝ่าวิกฤตคลื่นโควิด กับ‘อรรถนพ พันธุกำเหนิด’ ใส่ใจรายละเอียด-รักษาทีมเวิร์กรอลุยต่อ appeared first on มติชนออนไลน์.

Leave a Reply